วันพุธที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อก็มีควบคู่กันกับก๋วยเตี๋ยวหมู

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อนั้น เกิดมาทีหลังก๋วยเตี๋ยวหมูหลังจากก๋วยเตี๋ยวหมูเกิดเป็นที่บริโภคกันแล้ว ก๋วยเตี๋ยวเนื้อก็เริมเกิดขึ้นมา ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับจากผู้นิยมเนื้อวัวกันไม่น้อยเช่นเดียวกัน

ความจริงแล้วเคล็ดลับการปรุงก๋วยเตี๋ยวเนื้อก็มีอยู่เหมือนกันไม่ใช่ว่าจะไม่มี เพราะการปรุงก๋วยเตี๋ยวเนื้อนั้น จะต้องคำนึงถึงกลิ่นคาวมากกว่าการปรุงก๋วยเตี๋ยวหมู นั่นก็เพราะว่าเนื้อวัวมีกลิ่นคาวมากกว่าเนื้อหมู เนื้อวัวมีกลิ่นสาบของวัวเป็นเอกลักษณ์อยู่แล้ว ในปัจจุบันนั้นไม่ใช่จะหาก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวกินกันได้ง่ายๆ เมื่อไร มีแต่เนื้อควายกันมากกว่าเนื้อวัวนั่นเอง

ลองสังเกตดูก็ได้ ที่ไขมันของชิ้นเนื้อสดที่วางอยู่ หรือจะเป็นเนื้อที่ต้มสุกแล้วก็สามารถสังเกตกันได้เสมอ หากเป็นเนื้อวัวแล้วไขมันจะออกสีเหลือง แต่ถ้าเป็นเนื้อควายไขมันที่ติดอยู่นั้นจะเป็นสีขาวขุ่นๆ

ปัจจุบันนี้ก๋วยเตี๋ยวเนื้อมีการปรุงแต่งรสชาติที่ดีมากมายยิ่งขึ้น มีวิธีการปรุงที่น่าสนใจ น่าศึกษามาก มีทั้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อย หรือก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นก็ยังมี ก๋วยเตี๋ยวเครื่องในก็มี เกาเหลาก็มีอีกด้วย มายุคสมัยหลังๆ เกิดมีลูกชิ้นเนื้อขึ้นมา ก็เลยเป็นก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้ออีกอย่างหนึ่ง

วันอังคารที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เครื่องปรุงรสก๋วยเตี๋ยว

เครื่องปรุงรสก๋วยเตี๋ยวนั้นสำคัญมาก

สิ่งที่ลำเลิศรส สร้างความอร่อยทั้งเค็ม เปรี้ยว มัน เผ็ดนั้นมีความสำคัญนักหนา เป็นเรื่องใหญ่ในการปรุงก๋วยเตี๋ยวทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวอะไรก็ตามที น้ำปลาก็จะต้องเป็นน้ำปลาแท้ที่มีรสชาติดี ถ้าใช้ซีอิ้วขาวก็จะต้องเป็นซีอิ้วขาวอย่างดีเช่นเดียวกัน ถ้าใช้ซอสถั่วเหลืองปรุงรสก็จะต้องดีอีกด้วย รสเปรี้ยวนั้นนิยมใช้น้ำส้มสายชูกลั่น ซึ่งจะต้องได้มาตรฐานไม่ใช่ไปเอาน้ำส้มที่ผสมจากสารบางอย่างที่ให้โทษแก่ร่างกาย บางแห่งนิยมใช้ความเปรี้ยวจากน้ำมะนาวนั้น นับว่าดีเยี่ยม ไร้ปัญหาแล้วก็มีรสชาติที่เปรี้ยวอร่อยมากกว่าอีกด้วยในการปรุงก๋วยเตี๋ยว

รสหวาน คงจะไม่มีปัญหา เพราะใช้น้ำตาลทรายอยู่แล้ว หากเป็นน้ำตาลทรายที่ไม่ฟอกสีให้ขาวสะอาด เป็นน้ำตาลทรายที่ออกสีรำข้าวนั้นก็นับว่ายอดเยี่ยมนัก ถั่วลิสงคั่วป่นนั่นก็สำคัญนัก ส่วนมากแล้วมักไปซื้อเอามาจากตลาด ซึ่งเก่าเก็บอย่างแน่นอน ที่ขายกันเป็นถุงๆ นั้นอาจจะผลิตออกมาแล้วนานวัน เป็นเดือนก็มี รสชาติย่อยไม่สด ไม่อร่อย บางทีอาจจะเหม็นหืนก็ได้ ประการสำคัญคือมักอุดมไปด้วยเชื้อรา ทำให้เกิดโทษแก่ผู้บริโภคคือเชื้ออะฟลาท็อกซิน (Aflation) เป็นเชื้อราที่ก่อให้เกิดเซลล์มะเร็งขึ้นได้ และสร้างเสริมความเจริญให้แก่เซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี

ผู้ปรุงก๋วยเตี๋ยวนั้น ถ้าให้ดีก็จะต้องคั่วถั่วลิสงเอง บดเองใหม่ๆ สดๆ จะไร้ปัญหา ได้ของดี ของใหม่ ดีกว่าไปซื้อหาเอามาจากที่ไหนๆ เรื่องนี้ผู้บริโภคก็สมควรพิจารณาดูให้ดี ถ้าไม่แน่ใจก็อย่าไปตักเอามาเพื่อส่งเสริมเซลล์มะเร็งกันเลย เมินไปเสีย อย่าไปเอาความเอร็ดอร่อยเพียงเวลาไม่นานแล้วทำให้เกิดเรื่องใหญ่ได้ทั้งชีวิต

พริกขี้หนูป่นก็อีกอย่างหนึ่ง มีการไปซื้อหามาจากตลาดที่ขายกันเป็นถุงๆ อาจจะเก่าเก็บก็ได้ ทางที่ดีสมควรคั่วพริกขี้หนูแห้งแล้วเอามาบดเองจะดีกว่า เพราะได้ของใหม่ๆ นั่นเอง

ก๋วยเตี๋ยวนั้นจำเป็นต้องกินกันในเวลาร้อนๆ มากกว่าปรุงเอาไว้นานจนเย็นชืดแล้ว ด้วยเหตุนี้เอง การซื้อก๋วยเตี๋ยวไปฝากใครก็ตามไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำหรือก๋วยเตี๋ยวแห้ง ถ้าเดินทางไปเป็นเวลานานๆ แล้วก็อย่าซื้อไปฝากดีกว่า เพราะเวลาที่เนิ่นนานไปนั้นจะเกิดผลเสีย ทำให้ก๋วยเตี๋ยวที่ถูกพาเร่ร่อนไป กว่าจะถึงปากผู้บริโภคก็จะจืดและชืด แม้จะแยกน้ำ แยกเนื้อ กันอย่างไรก็ตาม

วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ลวกเกี๊ยว

ลวกเกี๊ยวก็มีวิธีการพอสมควร

เมือขายก๋วยเตี๋ยวกันแล้ว มักหนีไม่พ้นการที่จะต้องมีเกี๊ยวขายร่วมด้วยอีกอย่างหนึ่ง เช่นเดียวกับการขายก๋วยเตี๋ยวนั้น จะต้องมีบะหมี่มาร่วมอีก และบางแห่งนั้นยังมีวุ้นเส้นมาเป็นสิ่งดึงดูดนักชิมอีกถ้วยด้วย ถือว่าเป็นสิ่งที่เหนือกว่าเส้นก๋วยเตี๋ยวอีกด้วยซ้ำไป ราคาก็จะแพงมากขึ้นอีกเล็กน้อย เพราะวุ้นเส้นนี้มีราคาแพงกว่าเส้นก๋วยเตี๋ยวนั่นเอง

เมื่อเอาแผ่นเกี๊ยวมาห่อหมูบะช่อที่เป็นไส้ของเกี๊ยวแล้วก็เอามาต้มโดยใส่ลงไปในน้ำเดือด พอหย่อนเกี๊ยวลงไปก็จะเห็นว่า เกี๊ยวจะจมลงที่ก้นหม้อก๋วยเตี๋ยวทันที รอสักประเดี่ยวเกี๊ยวก็จะลอยขึ้นมาเองเป็นทิวแถว นั้นก็หมายความว่า เกี๊ยวนั่นต้มสุกดีแล้ว หากยังไม่สุกก็ยังหนักอยู่ จึงจมอยู่ที่ก้นหม้อก๋วยเตี๋ยวนั่นเอง

เมื่อเกี๊ยวลอยขึ้นมาก็ตักออกด้วยที่ตักซึ่งเป็นตะแกรง สะบัดให้สะเด็ดน้ำก่อนเอามาปรุงเป็นเกี๊ยวแห้ง หากเอามาปรุงเกี๊ยวน้ำหรือเป็นเกี๊ยวต้มยำ ก็ไม่ต้องทำให้สะเด็ดน้ำให้เสียเวลา

วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ลวกเส้นบะหมี่ให้ดี นุ่มอร่อย

การลวกเส้นบะหมี่ก็เช่นเดียวกันจะต้องมีเทคนิคบางประการการลวกเส้นบะหมี่ที่ดีนั้น จะต้องเอาเส้นบะหมี่ที่มีลักษณะเป็นก้อนๆ มากระจายออกเสียก่อน เอามาใส่ในที่ลวก จุ่มลงในน้ำเดือด ในหม้อก๋วยเตี๋ยว เขย่าไปมาให้น้ำเดือด เอาตะเกียบคนเส้นบะหมี่ให้กระจายตัวออกจากกัน เพื่อให้น้ำเดือดแทรกซึมเข้าไปให้เส้นบะหมี่สุกทั่วกัน

หลังจากนั้นก็รีบเอาขึ้นมาจากน้ำเดือด เอาไปแช่ในน้ำเย็น (น้ำธรรมดาที่เป็นน้ำสะอาด) อาจเอาไว้ในกะละมังหรือถังน้ำก็ได้ แช่ให้เส้นบะหมี่เย็นจึงสะบัดให้น้ำสะอาด เอามาใส่ชามเพื่อปรุงเครื่องปรุงและส่วนผสมต่างๆ ต่อไปได้

เทคนิคในการลวกเส้นก๋วยเตี๋ยว

ในการลวกก๋วยเตี๋ยวที่ดีนั้น มีเทคนิคกันอยู่พอสมควร ไม่ใช่ลวกอย่างไรก็ได้ ซึ่งอาจจะไม่เกิดผลดีกับการปรุงก๋วยเตี๋ยวเท่าที่ควร สำหรับเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ดี รสชาติดี น่ากินนั้น จะต้องมีคุณภาพ เป็นมาตรฐาน ไม่เละ ไม่เปื่อยยุ่ย แต่จะต้องมีความเหนียวของเส้นพร้อมกับมีความนุ่มนวลผสมผสานกันไปด้วย

การลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวนั้น จะต้องลวกด้วยเวลาอันรวดเร็วในน้ำเดือดเท่านั้น ไม่ใช่ลวกในน้ำร้อนที่ไม่เดือด ให้เอาเส้นก๋วยเตี๋ยวใส่ลงไปในที่ลวก ซึ่งอาจจะเป็นที่ลวกที่ถักด้วยลวกทองเหลือง จะมีลักษณะโปร่ง ซึ่งลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวได้อย่างมีคุณภาพดี เพราะน้ำร้อนๆ จะแทรกซึมเข้าไปในเส้นก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ในที่ลวกได้ดี เมื่อจุ่มเส้นก๋วยเตี๋ยวนั้นควรที่จะเอาตะเกียบมาคนที่เส้นก๋วยเตี๋ยวให้กระจายตัวออกจากกัน ไม่ใช่ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวลงในน้ำเดือดทั้งที่ยังเป็นปึกอยู่ เวลาเอาขึ้นมาจากน้ำที่ลวกก็จะต้องให้สะเด็ดน้ำเสียก่อน ในกรณีที่จะเอาไปปรุงเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้ง

ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวให้สุกกำลังดีนี้เพียง 5-7 วินาทีก็พอแล้วอย่าลวกเส้นนานเกินไป เพราะจะเปื่อย และไม่เหนียวนุ่ม

วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2553

กลเม็ดเด็ดพราย ปรุงน้ำก๋วยเตี๋ยวที่เด็ด

กลเม็ดเด็ดพราย

ปรุงน้ำก๋วยเตี๋ยวที่เด็ด

น้ำก๋วยเตี๋ยวหมู ต้องปรุงกันอย่างนี้

นี่เป็นสูตรพิเศษของผู้เขียน ภาณุทรรศน์ ส่วนการปรุงอย่างอื่นนั้น อาจจะมีความแตกต่างกว่า จะต้องชี้แจงเอาไว้ ณ ที่นี้ก่อน เคล็ดลับที่ไม่น่าจะลับ ที่จะแนะนำมีดังต่อไปนี้ จะต้องเอากระดูกหมูที่มีขายกันอยู่จากเขียวหมูมาก่อน ซื้อมาสัก 3-4 ดุ้น เพื่อเอามาต้มน้ำซุปสำหรับหม้อก๋วยเตี๋ยว 1 หม้อ

วิธีการปฏิบัติคือจะต้องเอากระดูกหมูทั้งหมดมาล้างให้สะอาดเสียก่อน จากนั้นเอาไปลวกในน้ำเดือด เอามาวางบนเขียง จัดการทุบกระดูกหมูดุ่นใหญ่ๆ นี้ให้แตกก่อนเอาไปต้มเพื่อทำน้ำซุป

การทุบกระดูกหมูให้แตกนี้ ก็เพื่อเวลาเคี่ยวน้ำซุปนี้จะได้ผลดีมากยิ่งขึ้น ไขกระดูกที่มีอยู่ในกระดูกหมูข้างในจะละลายออกมารวมกับน้ำซุป ได้รสชาติหวาน หอม มากกว่าการไม่ได้ทุบดังที่กล่าวมา เคี่ยวกระดูกหมูไปเรื่อยๆ ในเวลาเดียวกันก็เอารากผักชีล้างให้สะอาด มัดด้วยตอกหรือเชือกที่สะอาด ใช้รากผักชีประมาณ 1 กำมือ

เอากะหล่ำปลีหัวเขื่องๆ ผ่าซีกใส่ไปสัก 1-2 หัวยิ่งดี เคี่ยวไปพร้อมกัน ความหวานหอมตามธรรมชาติของกะหล่ำปลีจะออกมาละลายกับน้ำซุปได้อย่างวิเศษนัก เอามะระจีนผลใหญ่ๆ มาผ่าครึ่ง หั่นเป็นชิ้น โดยเอาไส้ออกแล้ว ใส่ลงไปเคี่ยวอีก 2 ผล ความหวานอ่อนๆ จากมะระจีนจะละลายออกมา เกิดรสชาติที่อร่อยมากยิ่งขึ้นไปอีก

ทุบกระเทียมใส่ลงไปในน้ำซุปนี้พอแตกอีก 5 หัว โดยปอกเปลือกออกไปบ้าง เอาเมล็ดพริกไทยดำหรือจะใช้เมล็ดพริกไทยล่อนก็ได้ ทุบพอแตกใส่ลงไป 2 ช้อนโต๊ะ

หมูบะช่อ ต้องได้รส

เรื่องของก๋วยเตี๋ยวหมูนั้น ที่จะต้องเอามาผสมผสานเข้าด้วยกันก็จะต้องเป็นเนื้อหมู แต่ในที่นี้หมายถึง หมูบะช่อ นั่นเอง หมูบะช่อที่เอามาปรุงกับก๋วยเตี๋ยวหมูนี้ จะต้องได้รับการปรุงแต่งรสชาติมาอย่างดี ไม่เช่นนั้นก็จะหย่อนรสชาติที่ดีลงไปอีกอักโขทีเดียว

ให้เอาเนื้อหมูที่สดและใหม่ เอาเนื้อหมูสันอกก็ได้ เนื้อหมูตรงสะโพกก็ได้ ควรมีมันหมูติดพอสมควร อย่าเอาเนื้อหมูล้วนๆ มาเป็นหมูบะช่อ จะเกิดความแข็งกระด้าง ไม่นุ่มนวล

เครื่องปรุง

เนื้อหมูสับ 1 กก.

เมล็ดพริกไทยดำ โขลกหยาบๆ 2 ช้อนโต๊ะ

ซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา

ซอสถัวเหลืองปรุงรส 1 ช้อนชา

ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ

เครื่องปรุงรส รสหมู ชนิดผง 1 ช้อนชา

รากผักชี โขลกละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทรายขาว 1 ช้อนชา

วิธีการปรุง

เอาเครื่องปรุงและส่วนผสมต่างๆ ข้างต้นนี้มาใส่ลงไปในหมูสับจำนวน 1 กก. ที่เตรียมไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากัน นวดให้เป็นเนื้อเดียวกัน มีความเหนียวพอสมควร

บางคนเอาหมูสับมาใช้ทันทีโดยไม่มีการปรุงรสชาติเช่นนี้เลยความเอร็ดอร่อยก็จะไม่ปรากฏอย่างแน่นอน แต่เมื่อเอามาปรุงด้วยเครื่องปรุงและส่วนผสมเช่นนี้แล้ว ก็จะได้เป็นหมูบะช่อที่มีรสชาติดีเป็นพิเศษ จะเอาไปปรุงในแกงจืดก็ได้ เอาไปปรุงในอาหารอะไรก็ได้ ทั้งนั้น

ควรลวกเนื้อหมูไว้ก่อนหรือไม่

หากเนื้อหมูที่ต้มแล้วนี้ถูกวางทิ้งตากสายลม แสงแดด จนแห้งร้าวกับไม้แข็งๆ นั้นย่อมไม่ดีอย่างแน่นอน ในทางที่ดีคือการเอาเนื้อหมูมาแล่เป็นชิ้นๆ กำลังพอเหมาะ เวลาจะปรุงก๋วยเตี๋ยวก็เอาเนื้อหมูสดนั้นมาลวกพอสุก เอาใส่ในก๋วยเตี๋ยวหมูจะโสภากว่า

ตับหมูต้องลวกเดี๋ยวนั้น

ตับหมูก็เช่นเดียวกัน จะต้องเลือกเอาตับหมูที่ดี ไม่ผิดปกติหรือแข็งกระด้าง จะต้องอ่อนอย่างที่ชาวบ้านเรียกว่า ตับหมูแป้ง สังเกตได้ง่ายๆ คือเวลาเอามีดตัดจะมองเห็นเมือกสีน้ำตาลจากตับหมูติดมีดอยู่มากทั้งสองด้าน หากเป็นตับหมูที่ไม่ดี เวลาเอาคมมีหั่นแล้วก็จะไม่มีอะไรติดคมมีดมาเลย เป็นตับหมูที่กระด้าง ตับหมูขี้โรค

เวลาจะเอาตับหมูมาปรุงในก๋วยเตี๋ยวหมู จะต้องเอาตับหมูสดๆที่หั่นไว้แล้วแช่เย็นมาลวกเดี๋ยวนั้น หากลวกเอาไว้ก่อนก็จะได้ตับหมูที่แข็งกระด้าง รสชาติไม่ดีพอ ถ้าต้องการให้คนติด ลูกค้ามาก จะต้องปรุงเช่นนี้จึง

จะขายดิบขายดีอย่างแท้จริง

ขั้นตอนในการเตรียมไส้หมูอ่อน

การเอาไส้หมูอ่อนมาเป็นเครื่องปรุงในก๋วยเตี๋ยวหมูจะต้องเอามาต้มจนเปื่อยเสียก่อน หากเอามาลวกสดๆ ก็จะเหนียวมาก เคี้ยวไม่ออกอย่างเด็ดขาด

แต่วิธีการเอามาต้มจนเปื่อยกำลังพอเหมาะนั้น จะต้องเอาไส้หมูอ่อนทั้งพวง มามัดหัวและท้ายด้วยเชือกเสียก่อน ป้องกันไม่ให้ของดีข้างในไหลออกมาหมด จากนั้นเอาส้อมจิ้มไส้หมูอ่อนหลายๆ ที่ เพื่อระบายความร้อนออกไปในเวลาต้ม ไม่เช่นนั้นไส้หมูนี้จะระเบิดออกมา

ของดีที่อร่อยข้างในไส้หมูอ่อนก็จะไหลออกมาปนกับน้ำที่ต้มจนหมด เหลือแต่เพียงหลอดไส้หมูอ่อนเท่านั้น ไร้รสชาติไปทันที

ผักต่างๆ ที่เอามาปรุงจะต้องใหม่และสด

ทุกอย่างจะต้องใหม่และสด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู ผักสดต่างๆที่เอามาปรุงในก๋วยเตี๋ยวนี้ ผักที่เก่าเก็บ เหี่ยว ตายนึ่ง มองดูแล้วไม่น่าทัศนานั้น อย่าว่าแต่สายตาที่เห็นไม่ดีเห็นงามด้วยเลย ยิ่งเอามาบริโภคด้วยแล้วยิ่งไม่เกิดความโอชะอะไรแม้แต่น้อย

ถั่วงอกดิบ ผักบุ้ง คะน้า หรือผักอะไรก็ตาม จะต้องสดและใหม่จริงๆ มีความกรอบอยู่เสมอ มีรสชาติดี หวานจากผักตามธรรมชาติ

วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เคล็ดลับสำคัญของการปรุงก๋วยเตี๋ยว

ก๋วยเตี๋ยวนั้นโด่งดังในระหว่างที่ ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีในยุคสมัยนั้น ท่านได้แนะนำคนไทยทั้งหลายว่า ก๋วยเตี๋ยวนั้นน่าสนใจจริงๆ มีประโยชน์กับสุขภาพร่างกายราคาก็ย่อยเยาอีกด้วย ในก๋วยเตี๋ยวชามหนึ่งๆ นั้นมีอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ผักก็มี เช่น ผักบุ้ง คะน้า ถั่วงอก ผักกาดหอม ซึ่งล้วนแต่ว่าผู้ปรุงจะเอาอะไรมาปรุง ไขมันก็มี โปรตีนจากหมูก็มี คาร์โบไฮเดรตก็มี คือ เส้นก๋วยเตี๋ยว น้ำซุปกระดูกหมู นอกจากนี้ยังมีเครื่องปรุงและส่วนผสมอื่นๆ อีกด้วย

วิวัฒนาการต่อไปจากก๋วยเตี๋ยวหมู

บางท่านอาจจะไม่บริโภคเนื้อหมู เลยเกิดมีการเอาเนื้อวัวและเครื่องในวัวมาปรุงเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อกันอีกอย่างหนึ่ง รวมทั้งเนื้อเปื่อยและเนื้อสด แล้วก็ลูกชิ้นเนื้ออีกอย่างหนึ่ง เอร็ดอร่อยไปอีกรูปแบบ ทำให้ผู้ที่นิยมบริโภคเนื้อวัวก็กินได้

ก๋วยเตี๋ยวไก่ เกิดขึ้นตามมา ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋น เกิดตามมาอีก ก๋วยเตี๋ยวปลา เกิดตามมาเป็นลำดับสุดท้าย ซึ่งก็มีอยู่ไม่กี่รายนักที่ขายกัน

เส้นก๋วยเตี๋ยวถูกคิดค้น ให้มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น

เส้นก๋วยเตี๋ยวในปัจจุบันนี้มีวิวัฒนาการไปแล้วพอสมควรเพราะมีการเอาข้างกล้อง ข้าวซ้อมมือ มาผลิตกัน บางทีก็เอาของดีต่างๆผสมเข้าไปด้วย เป็นต้นว่า เอาเนื้อฟักทองผสมเข้าไป เอาใบเตยผสมเข้าไป ซึ่งทำให้เกิดคุณค่าที่ดี มีรสชาติดีมากยิ่งขึ้นไปอีก แทนที่จะเอาแป้งข้าวเจ้ามาเพียงอย่างเดียว

สิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่อาหารชนิดนี้จะได้มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น มีของดีที่คนเราจะได้รับเข้าไปได้นานมากยิ่งขึ้นด้วยอะไรที่หยุดอยู่กับที่ ไม่ได้ก้าวไปข้างหน้านั้น น่าจะไม่ใช่สิ่งที่ดีอะไร ไม่ว่าจะเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวหรืออาหารอะไรก็ตาม อย่างเช่น หนังสือนี้ที่เอาการปรุงก๋วยเตี๋ยวมาพลิกแพลง ปรับปรุงให้เกิดรสชาติที่แปลก อร่อย เพิ่มขึ้นมากเท่าที่เป็นอยู่ เป็นก๋วยเตี๋ยวที่ได้รับการคิดค้นมาแล้วด้วยการใช้เวลาอย่างพอสมควร มีการปรุงเอามาบริโภคกันแล้วอย่างได้ผลจนเป็นที่ยอมรับแก่ผู้บริโภคจริงๆ

เอาเนื้อสัตว์ที่ปรุงแต่งกันอย่างน่าสนใจมาผสมผสานเข้าด้วยกัน เอาเครื่องปรุงและส่วนผสมที่ยังไม่เคยปรากฏอยู่ในชามก๋วยเตี๋ยวไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำหรือก๋วยเตี๋ยวแห้ก็ตามเอามาปรุงแต่รสชาติกันอย่างถูกปาก

การปรุงรสชาติของน้ำก๋วยเตี๋ยว

เรื่องของน้ำซุปนั้นจะต้องพิถีพิถันกันอย่างสุดยอด หากน้ำซุปของการปรุงก๋วยเตี๋ยวน้ำไม่เอาไหน คือรสชาติไม่ดีเสียแล้ว ก็เป็นอันว่าก๋วยเตี๋ยวน้ำชามที่ปรุงก็ไม่ได้ถูกปากอย่างแน่นอน ขืนปรุงกันต่อไปอีกเรื่อยๆ นั่นก็หมายความว่าจะไม่มีใครติดอกติดใจ ไม่มีใครอยากเข้ามาอุดหนุน เพราะกินกันแล้วก็ไม่อร่อยนั่นเอง

จึงต้องปรุงด้วยน้ำซุปที่ใช้กับก๋วยเตี๋ยวน้ำนี้กันอย่างถูกต้องและเหมาะสม ใครชดก๋วยเตี๋ยวน้ำนี้แล้วจะต้องติดอกติดใจ ลูกค้าจะมาอุดหนุนกันทุกๆ วัน อย่างมากหน้าหลายตาทีเดียว บอกต่อกันไปอีกเพื่อให้มากินกัน